Login
ยุทธศาสตร์



รัฐบาล :

หน่วยงาน : ปี : เดือนที่รายงาน :


ผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล


1.1 ภาพรวมผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล

ลำดับ
โครงการ
ความก้าวหน้า
1
โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (TO BE NUMBER ONE) - กรมสุขภาพจิต [ดูรายละเอียดเพิ่มเติม]
65.38%
2
โครงการพัฒนาหน่วยบริการจิตเวชในสังกัดกรมสุขภาพจิตให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง (Excellence Center) - กรมสุขภาพจิต [ดูรายละเอียดเพิ่มเติม]
22%
3
โครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวช - กรมสุขภาพจิต [ดูรายละเอียดเพิ่มเติม]
33.63%
4
โครงการพัฒนางานวิกฤตสุขภาพจิต - กรมสุขภาพจิต [ดูรายละเอียดเพิ่มเติม]
33.12%
5
โครงการพัฒนางานระบาดวิทยาสุขภาพจิตและการเฝ้าระวังภาวะสุขภาพจิตในคนไทย - กรมสุขภาพจิต [ดูรายละเอียดเพิ่มเติม]
14.62%
6
โครงการพัฒนาระบบส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในวัยทำงาน - สูงอายุ - กรมสุขภาพจิต [ดูรายละเอียดเพิ่มเติม]
39.3%
7
โครงการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทย - กรมสุขภาพจิต [ดูรายละเอียดเพิ่มเติม]
40.07%
รวม



1.2 ผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล


นโยบายรัฐบาลที่       1 นโยบายเร่งด่วน
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   1.1.2 จัดให้มีสำนักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนใต้เป็นองค์กรถาวร
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   1.1.4 พัฒนาระบบประกันสุขภาพ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   1.1.7 เร่งลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศติดตามปรับปรุงสถานีอนามัย
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             1.2 กำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 8 โครงการในพระราชดำริทุกโครงการ
 
โครงการที่ 1
โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (TO BE NUMBER ONE)
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างกระแส “การเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด” ในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง 2. เพื่อขยายบริการ และกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้ครอบคลุม กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นและเยาวชน 3. เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชน วัยรุ่นในการดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ชุมชน สังคม และ ประเทศชาติ 4. เพื่อสนับสนุน และเพิ่มโอกาส ให้ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ในการกลับตัวเป็นคนดีของสังคม 5. เพื่อพัฒนาเครือข่ายหน่วยงาน/องค์กรภาครัฐ และเอกชน และเครือข่ายสมาชิก TO BE NUMBER ONE ทั่วประเทศ ในการดำเนินงานด้านการป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชน วัยรุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และยั่งยืน 6. เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
เป้าหมาย
ผลลัพธ์ ผลผลิต
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ตัวชี้วัด เป้าหมาย
จำนวนหน่วยงานภาคอื่นที่เข้าร่วมสนับสนุนโครงการฯ อย่างน้อย 9 ภาคส่วน 9 ภาคส่วน
มีการพัฒนาองค์ความรู้ในโครงการ TO BE NUMBER ONE อย่างน้อย 1 เรื่อง 1 เรื่อง
ระดับความสำเร็จของการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ของจังหวัด ร้อยละ 80
แกนนำเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ มีความรู้และทักษะในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิต ร้อยละ 75
วัยรุ่นและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้และทักษะในการป้องกันการติดสารเสพติด (มีภูมิคุ้มกันทางจิต) ร้อยละ 75
ทบทวนสถานการณ์
จากสถานการณ์ยาเสพติดมีความรุนแรงขึ้นในช่วงระยะ 4 ปีที่ผ่านมาและส่งผลให้จำนวนคดีอาชญากรรมในภาพรวมมีแนวโน้มสูงขึ้น และยังพบเด็กและเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นจากผลการจับกุมยาเสพติดทั่วประเทศของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ผู้ต้องหารายใหม่ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน อายุระหว่าง 15-24 ปี กระทำความผิดในข้อหาเสพยาบ้ามากที่สุด และนักเรียนกลุ่มอายุ ระหว่าง 12-18 ปี หันมาเป็นผู้ค้า และผู้เสพมากขึ้น และที่น่ากังวล คือ ยาเสพติดมีแนวโน้มแพร่ระบาดไปยังกลุ่มเด็กอายุน้อยลง ล่าสุด พบเด็กนักเรียนชาย อายุ 9 ปี เสพยาบ้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการบำบัด และจากรายงานสรุปประวัติผู้เข้ารับการบำบัดรักษาในปีงบประมาณ 2551 มีผู้ใช้สารเสพติดครั้งแรก ในช่วงอายุน้อยกว่า 7 ปี ถึง 54 ปี ยาเสพติดมีส่วนทำลายพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสมองของเด็กและเยาวชน จึงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นโครงการที่ดำเนินงานด้านการป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนวัยรุ่น ทั้งในและนอกระบบการศึกษา ในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงจิตวิทยาวัยรุ่น ภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งชาติที่ 1 คือ การปลุกพลังแผ่นดินและการป้องกันปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี 2545 โดยประกอบด้วยยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการ 3 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การรณรงค์เพื่อปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้แนวคิดการสร้างกระแส “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด” โดยผ่านสื่อและการจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างสรรค์ต่างๆ เพื่อให้วัยรุ่นและเยาวชนและประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมกิจกรรมเกิดความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าของตนเอง กิจกรรมในยุทธศาสตร์นี้ ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ การจัดกิจกรรมรณรงค์ ในหลากหลายรูปแบบ เช่น องค์ประธานเสด็จร่วมกิจกรรมในสถานศึกษา ชุมชน และสถานประกอบการต่าง ๆ การสนับสนุนการรวมตัวกันของสมาชิก TO BE NUMBER ONE โดยการจัดตั้งเป็นชมรม TO BE NUMBER ONE ที่ประกอบด้วย กรรมการ กองทุน และกิจกรรม เป็นสิ่งแสดงถึงศักยภาพของชมรมด้วยการรวบรวมคนดี คนเก่ง และคนที่มีอุดมคติ ที่จะสร้างกิจกรรมดี ๆ ร่วมกัน เพื่อกระตุ้นปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมที่เอื้อต่อการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด และเป็นการรวมพลังสมาชิก TO BE NUMBER ONE ให้เกิดขวัญกำลังใจ มีความเข้มแข็งของจิตใจแก่สมาชิกทั้งประเทศ ในอันที่จะร่วมแรงร่วมใจกันต่อต้านและป้องกัน ผลักดันให้ยาเสพติดพ้นออกไปจากชุมชน และสังคมไทยโดยเร็ว เพื่อเยาวชนคนไทยจะได้ปลอดภัยจากยาเสพติดตลอดไป ด้วยการพัฒนารูปแบบการจัดประกวดกิจกรรมในโครงการ ให้มีความหลากหลาย และครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้กับเยาวชน ประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก 1. การจัดกิจกรรมการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้กับเยาวชนในชุมชน ได้แก่ การให้ความรู้และฝึกทักษะการใช้เทคโนโลยี การจัดกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตและการสนับสนุนให้แกนนำเยาวชน ที่ผ่านการอบรมดำเนินการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันทางจิตให้กับเยาวชนในชุมชน 2. การพัฒนาและจัดตั้งศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE (TO BE NUMBER ONE FRIEND CORNER) ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ในชุมชนเมือง ชุมชนชนบท สถานศึกษา และสถานประกอบการ ภายใต้แนวคิด “ปรับทุกข์ สร้างสุข แก้ปัญหา พัฒนา EQ” โดยจัดให้มีบริการให้คำปรึกษา(Counseling) บริการฝึกแก้ปัญหาพัฒนา EQ ทั้งด้วยตนเอง กิจกรรมกลุ่มเสริมสร้างศักยภาพให้แก่วัยรุ่นและเยาวชนด้วยกิจกรรมด้านดนตรี กีฬา ศิลปะ โดยศิลปินดารา นักกีฬาที่มีชื่อเสียง และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ในศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ซึ่งปัจจุบันได้มีการขยายกลุ่มเป้าหมายไปในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและทัณฑสถาน กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างและพัฒนาเครือข่าย เน้นการสร้างและพัฒนาเครือข่ายสมาชิก เพื่อให้การร่วมมือร่วมใจป้องกันปัญหายาเสพติดมีความต่อเนื่องและยั่งยืนในรูปแบบของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน/องค์กรภาครัฐ และเอกชนในระดับประเทศ โดยพัฒนารูปแบบ กิจกรรม ให้สอดคล้องกับความสนใจและธรรมชาติของวัยรุ่นและเยาวชน รวมทั้งขยายโอกาสการเข้ามามีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายเพิ่มมากขึ้นทุกปี เพื่อสร้างกระแสและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้กับเยาวชนอย่างครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ และพื้นที่ จนในปัจจุบันโครงการ TO BE NUMBER ONE มีสมาชิกเกือบ 40 ล้านคนทั่วประเทศ นอกจากนี้จากการศึกษาวิจัยในเชิงคุณภาพในปี 2553 พบว่า เยาวชน สมาชิกและอาสาสมัครแกนนำ TO BE NUMBER ONE ที่เข้าร่วมกิจกร
ความก้าวหน้าโครงการ(%)
ความก้าวหน้าโครงการ 65.38%
งบประมาณ
งบประมาณ 87,825,000.00 บาท
งบประมาณที่ใช้ไป 57,419,925.00 บาท    มิ.ย.
ผลผลิตเทียบกับเป้าหมาย
ผลผลิตยังไม่ปรากฏและมีกิจกรรมดำเนินงานดังนี้ 1. ประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการฯ 2. ให้คำปรึกษา พัฒนา EQ และจัดกิจกรรมสร้างสุข ในศูนย์เพื่อนใจฯ 4 แห่ง 3. พัฒนาองค์ความรู้สำหรับอาสาสมัครศูนย์เพื่อนใจฯ 3 เรื่อง (เพศและการพัฒนาตนเอง / การเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน/การแก้ไขความขัดแย้ง) 4. ผ่านสื่อโทรทัศน์ รายการ TO BE NUMBER ONE VARIETY ทุกวันเสาร์ 5. วิทยุ ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ และหนังสือพิมพ์ 1 เดือน 6. ผลิตและเผยแพร่รายการ Health Me ทางโทรทัศน์ช่อง 5 ทุกวันพุธ 7. เผยแพร่ข่าวสารความรู้ความเข้าใจผ่านหนังสือพิมพ์ 1 เดือน 8. ผลิตเพลง เป็นหนึ่งไม่พึ่งยา และเพลงเพื่อใข้ในคอนเสิร์ตองค์ประธานโครงการฯ 9. องค์ประธานโครงการเสด็จเยี่ยมและประทานขวัญกำลังใจแก่สมาชิกฯ (จ.ร้อยเอ็ด จ.ลำพูน จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ จ.ระยอง/จ.สุโขทัย/จ.ศรีสะเกษ) 10. ประกวดการนำเสนอผลงานโครงการฯ ระดับภาค(เหนือ/ตะวันออกเฉียงเหนือ/ใต้/กลาง) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดำเนินงานระหว่างเครือข่ายชมรมฯ - ประกวด TO BE NUMBER ONE IDOLS จาก 76 จังหวัด ปี 2556 ระดับภาค (เหนือ/กลาง/ตะวันออกเฉียงเหนือและใต้) 11. จัดแข่งขัน/ประกวด TEEN DANCERCISE THAILAND CHAMPIONSHIP 2013 กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ และแข่งขันระดับประเทศที่กรุงเทพฯ 12. จัดค่ายกิจกรรม มีการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง
ผลลัพธ์เทียบกับเป้าหมาย
ผลลัพธ์ยังไม่ปรากฏ
ปัญหาอุปสรรรค
ไม่มี
ข้อเสนอแนะ
ไม่มี
[โครงการอื่นภายใต้ยุทธศาสตร์/กลยุทธนี้] [โครงการทั้งหมด]
นโยบายรัฐบาลที่                   1.2.10 ส่งเสริมบทบาท อสม.ทั่วประเทศให้ปฏิบัติงานเชิงรุก
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             1.5 เร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่       2 นโยบายความมั่นคงของรัฐ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             2.1 ปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่นคง
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่       3 นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             3.3 นโยบายด้านสาธารณสุข
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   3.3.1 สนับสนุนการดำเนินการตามแนวทางของกฎหมายสุขภาพแห่งชาติ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   3.3.2 สร้างขีดความสามารถในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค วินิจฉัยและดูแลรักษาพยาบาลอย่างเป็นระบบ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   3.3.3 ปรับปรุงระบบบริการด้านสาธารณสุข(เน้นปรับปรุง สอ.และอื่นๆ)
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   3.3.4 ลงทุนผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   3.3.5 ผลักดันการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลในระดับนานานชาติ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             3.4 นโยบายศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   3.4.3 สนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             3.5 นโยบายสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   3.5.3  เร่งรัดปรับปรุงแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมชุมชน
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   3.5.4 สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมในกลุ่มผู้สูงอายุ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   3.5.5 ให้ความสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภคในทุกมิติ จัดตั้งองค์กรอิสระผู้บริโภค
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   3.5.6 ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างชายหญิง ขจัดการกระทำความรุนแรง
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   3.5.7 เร่งรัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             3.6 นโยบายการกีฬาและนันทนาการ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   3.6.1 เสริมสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มออกกำลังกายและเล่นกีฬา
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่       4 นโยบายเศรษฐกิจ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             4.2 นโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   4.2.2 ภาคอุตสาหกรรม
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                         4.2.2.1 สร้างความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกให้กับอุตสาหกรรมไทย
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   4.2.3 ภาคการท่องเที่ยวและบริการ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                         4.2.3.3 พัฒนามาตรฐานบริการด้านการท่องเที่ยว
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   4.2.4  ภาคการตลาดการค้าและการลงทุน
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                         4.2.4.3 ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรีทั้งในระดับของภาคีและพหุภาคี
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                         4.2.4.5 ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีการขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                         4.2.4.7 ปรับปรุงประสิทธิภาพและจัดระบบการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนชายแดน
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             4.3 นโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   4.3.1 ขยายการให้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการดำเรงชีวิตของประชาชน
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   4.3.1 ลงทุนด้านบริการสุขภาพ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   4.3.2 ผลิตบุคลากรทางด้านสาธารณสุขให้เพียงพอ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   4.3.3 จัดให้มีมาตรการสร้างสุขภาพโดยมีเป้าหมาย เพื่อลดอัตราป่วย ตาย และผลกระทบจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 4 การปรับปรุงคุณภาพด้านการบริการประชาชน เช่น การลดคิวและระยะเวลารอคอยการรับบริการของผู้ป่วย
 
โครงการที่ 2
โครงการพัฒนาหน่วยบริการจิตเวชในสังกัดกรมสุขภาพจิตให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง (Excellence Center)
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาหน่วยบริการจิตเวชให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง (Excellence Center) 2. พัฒนาและจัดทำมาตรฐานบริการจิตเวชให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง (Excellence Center) 3. เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาหน่วยบริการจิตเวชให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง
เป้าหมาย
ผลลัพธ์ ผลผลิต
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ตัวชี้วัด เป้าหมาย
หน่วยงานจิตเวช 10 แห่ง มีการพัฒนาความเชี่ยวชาญสู่ความเป็นเลิศเฉพาะทาง (Excellence Center) 10 แห่ง
ทบทวนสถานการณ์
กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับทิศทางการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพของประเทศ ประชาชนได้รับบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และคุณภาพ โดยจัดทำแผนระบบริการสุขภาพ(service plan)ใน 12 เครือข่ายบริการ เพื่อพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขให้สอดคล้องกับความจำเป็นด้านสุขภาพของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ให้บริการสุขภาพแบบองค์รวมที่มีความต่อเนื่อง ทั้งด้านการบำบัดรักษา การส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟูสมรรถภาพและบริการสุขภาพในชุมชน ตลอดจนร่วมกับทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหาสุขภาพในแต่ละพื้นที่ กรมสุขภาพจิตเป็นหน่วยงานวิชาการด้านสุขภาพจิตและจิตเวชซึ่งมีสถาบัน/โรงพยาบาลจิตเวช ที่ให้บริการสุขภาพจิตและจิตเวช จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข โดยบูรณาการงานสุขภาพจิตเข้ากับ 12 เครือข่ายบริการและพัฒนา หน่วยบริการให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทางจิตเวช (Excellence Center) ในความเป็นเลิศทางด้านบริการ การส่งต่อ เป็นแหล่ง/ศูนย์กลางการฝึกอบรมและศึกษาดูงาน การวิจัยและพัฒนา การเป็นที่ปรึกษา/ แหล่งอ้างอิงทางวิชาการและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมทั้งเป็นศูนย์รวมฐานข้อมูลทางวิชาการ แก่บุคลากรในระดับประเทศและต่างประเทศ กรมสุขภาพจิต จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาหน่วยบริการจิตเวชในสังกัด กรมสุขภาพจิตให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทาง (Excellence Center) เพื่อให้สถาบัน/โรงพยาบาลจิตเวชในสังกัดกรมสุขภาพจิตได้พัฒนาความเป็นเลิศเฉพาะทางจิตเวชและมีแนวทางในการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน เป็นการยกระดับบริการสุขภาพจิตและจิตเวชให้มีคุณภาพเชื่อมโยงกับ 12 เครือข่ายบริการและตอบสนองการเข้าถึงบริการของประชาชน
ความก้าวหน้าโครงการ(%)
ความก้าวหน้าโครงการ 22%
งบประมาณ
งบประมาณ 21,010,000.00 บาท
งบประมาณที่ใช้ไป 4,622,475.00 บาท    มิ.ย.
ผลผลิตเทียบกับเป้าหมาย
1. จัดทำแผนการดำเนินโครงการสู่ความเป็นเลิศตามองค์ประกอบ 7 ด้าน 2. จัดทำกรอบแนวทางการพัฒนาการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาวิกฤตชายแดนใต้ฯ เฉพาะทางภัยพิบัติจากน้ำมือมนุษย์ 3. ประชุมชี้แจงการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวช โดยจัดทำแผนการดูแลผู้ป่วยใน 8 ประเด็นโรค และจัดทำ Blueprint for change 4.พัฒนาบุคลากร โดย พัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยแก่บุคลากร/พัฒนาเครื่องมือวิจัย 5. อบรมเทคนิคการให้การปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจ (Motivation Counseling) 6. อบรมความรู้ภาษาต่างประเทศ 7. อบรมฟื้นฟูความรู้การช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน (BLS) 8.อบรมบุคลากรภายในและภายนอกสังกัดกรมฯ สำหรับผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้า / อบรมเทคนิคการสอนและจัดทำสื่อการสอนเพื่อพัฒนาสู่การวิจัยในชั้นเรียน/การประดิษฐ์อุปกรณ์ส่งเสริมพัฒนาการแก่ผู้ปกครองและจัดทำคู่มือการประดิษฐ์ฯ 9. ให้คำปรึกษาและเป็นสถานที่ดำเนินการวิทยานิพนธ์แก่นักศึกษาระดับป.เอก 10. ประกันคุณภาพทางห้องปฏิบัติการ 11. โครงการโรงเรียนผู้ปกครอง : จัดทำคู่มือการนวดเพื่อกระตุ้นพัฒนาการและประสาทสัมผัส 12. โครงการพัฒนาด้านวิชาการ โดยทำวิจัย 4 เรื่อง 13. จัดทำ CoPs : หลักสูตรและระบบบริการจิตเวชวัยรุ่นบาลผู้ป่วยนอกและหอผู้ป่วย 14. พิมพ์วารสาร CDMH (วารสารวิชาการนานาชาติด้านสจ.)/พัฒนา Website และจัดประชุม International Meeting CDMH เพื่อวางแผนพัฒนาวารสารเข้าสู่ฐานข้อมูล TCI และ AIC 15. พัฒนาร่างแนวปฏิบัติทางการพยาบาลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม 16. พัฒนาความรู้ด้านกระบวนการยุติธรรมสำหรับทีมนิติจิตเวช (อาชญาวิทยา กฎหมาย) 17.พัฒนาโปรแกรมจิตสังคมบำบัดในการป้องกัน ฟื้นฟูผู้สูงอายุที่มีปัญหาสมองเสื่อม 18. สำรวจปัญหาความต้องการของสังคมเมือง 19. พัฒนาเครือข่ายโดยการสนับสนุนงานในพื้นที่ โดยศูนย์สุขภาพจิต 20. พัฒนาระบบการรับส่งตรวจทางพันธุกรรมให้ครอบคลุมเครือข่ายบริการสาธารณสุข 21. ชี้แจงแนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเวชสำหรับบุคลากรในเรือนจำและสาธารณสุข 22. อบรมการพยาบาลสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นแก่เครือข่ายที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง 23. พัฒนาระบบบริการงานสุขภาพจิตและพัฒนาการเด็กสำหรับเครือข่ายที่ 1 24. พัฒนา website สุขภาพจิตและจิตเวชผู้สูงอายุ 25. จัดทำฐานข้อมูลเครือข่ายสุขภาพจิตและจิตเวชผู้สูงอายุสมองเสื่อม 26. จัดทำมาตรฐานหน่วยบริการให้มีความเป็นเลิศเฉพาะทางจิตเวช 27.พัฒนาเครือข่ายนอกสังกัดกรมสุขภาพจิตให้สามารถดำเนินการตามมาตรฐานระบบบริการความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านนิติจิตเวช เช่น ตำรวจ เรือนจำ สถานสงเคราะห์ 28. พัฒนารูปแบบบริการคลินิกจิตเวชวัยรุ่น 29. อบรมบุคลากรเพื่อฝึกทักษะการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชสูงอายุ 30. โครงการพัฒนาด้านบริการผู้ป่วยออทิสติก โดย ทดลองจ้างงานผู้ป่วยออทิส ติก/ พัฒนาการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยด้านทักษะชีวิตและฝึกอาชีพ/อบรมการประเมินสำหรับสหวิชาชีพ/ พัฒนาแบบประเมินความก้าวหน้าในการบำบัด 31. พัฒนาเทคโนโลยีและนวตกรรม เพื่อพัฒนารูปแบบบริการการใช้ภาพเพื่อการสื่อสารเด็กออทิสติก ระยะที่ 1 – 3 /คู่มือการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้บกพร่องฯ/พัฒนารูปแบบบริการวัยเตาะแตะ/พัฒนารูปแบบบริการ Therapeutic classroom และพัฒนาหลักสูตร Early Intervention ระยะ 1 32. จัดทำ Clinical Practice Guideline for Depressive Disorder in Tertiary care / อบรม evidence base mental health (Critical appraisal) และ Clinical Practice Guideline /CBT สำหรับหน่วยบริการที่จะพัฒนาความเป็นเลิศเฉพาะทางจิตเวช 33. บำรุงรักษา webpage และรายงานการดูแลเฝ้าระวังโรคซึมเศร้า และจัดทำ E-Library
ผลลัพธ์เทียบกับเป้าหมาย
ผลลัพธ์ยังไม่ปรากฏ
ปัญหาอุปสรรรค
1. ไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ตามแผนเนื่องจากวิทยากรติดภารกิจจำเป็น 2. มีกลุ่มเป้าหมายซ้อนกันในการจัดอบรม/ประชุม/สัมมนา 3. มีการปรับเปลี่ยนนโยบายของกรมสุขภาพจิตทำให้ระยะเวลาการดำเนินงานล่าช้า 4. การจัดทำ Clinical Practice Guideline เพื่อพัฒนาหน่วยบริการของกรมฯ 12 แห่ง งบประมาณไม่เพียงพอ
ข้อเสนอแนะ
ไม่มี
[โครงการอื่นภายใต้ยุทธศาสตร์/กลยุทธนี้] [โครงการทั้งหมด]
นโยบายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 6 การดูแลสุขภาพตามกลุ่มวัย เช่น เด็ก สตรี ผู้สูงอายุตามนโยบายรัฐบาล และกลุ่มโรคเช่น โรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูงที่มีภาระโรคแทรกซ้อนสูง
 
โครงการที่ 3
โครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวช
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาคุณภาพระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวช ในประเด็น 1) รพศ./รพท./รพช. ภายใต้ 12 เครือข่ายบริการของกระทรวงสาธารณสุขให้มีความเชื่อมโยงและบูรณาการกับทุกภาคส่วน 2) หน่วยงานบริการจิตเวชสังกัดกรมสุขภาพจิตให้มีคุณภาพบริการระดับ Supra Tertiary Care 2. เพื่อปรับปรุง พัฒนาและจัดทำแนวทางการพัฒนาคุณภาพระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวชสำหรับ รพศ./รพท./รพช. และ รพ.สต. แนวทางการพัฒนาคุณภาพระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวชระดับ Supra Tertiary Care และมาตรฐานบริการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช 3. พัฒนาศักยภาพบุคลากรในหน่วยงานจิตเวชสังกัดกรมสุขภาพจิตและบุคลากรสาธารณสุข (รพศ./รพท./รพช. ให้สามารถบริการสุขภาพจิตและจิตเวชได้)
เป้าหมาย
ผลลัพธ์ ผลผลิต
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ตัวชี้วัด เป้าหมาย
รพศ. / รพท. มีบริการสุขภาพจิตและจิตเวชที่มีคุณภาพมาตรฐาน ร้อยละ 20
รพช. ในแต่ละพวงบริการมีการจัดบริการสุขภาพจิตและจิตเวชที่มีคุณภาพมาตรฐาน ร้อยละ 70
ทีม MCATT ประจำอำเภอที่มีมาตรฐาน ร้อยละ 80
ทบทวนสถานการณ์
ปัจจุบันสภาวการณ์ของโลก มีการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในด้านการดำเนินชีวิต สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจของประชาชน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ประเมินแนวโน้มหลักที่ประเทศไทยและโลก ต้องโดยเผชิญใน20ปีข้างหน้าได้แก่ 1)การรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคซึ่งส่งผลให้มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว 2)เศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนศูนย์กลางอำนาจมาอยู่ที่ประเทศแถบเอเชียมากขึ้น 3) การเปลี่ยนแปลงด้านการเงินโลกซึ่งจะมีความผันผวนและความเสี่ยงมากขึ้น วิกฤตการณ์น้ำมันและพลังงานส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยและมีผลกระทบต่อระบบสุขภาพ ค่าใช้จ่ายด้านคุณภาพ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 3.8 ของ GDP ในปี 2523 เป็นร้อยละ 6.48 ของ GDP ในปี 2552 (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข : บทสังเคราะห์บทบาทกระทรวงสาธารณสุขในศตวรรษที่ 20:2554) ผลกระทบจากวิกฤติทางเศรษฐกิจทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน ค่าครองชีพสูง การชะลอตัวทางธุรกิจต่างๆ ทำให้ประชาชนเกิดความเครียดและปัญหาสุขภาพจิต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ/ภาวะโลกร้อน ส่งผลต่อการสุขภาพ ทำให้เกิดการสูญเสียของประชากร อันเนื่องมาจากภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น และจะส่งผลซ้ำเติมต่อปัญหาการขาดแคลนอาหารและสินค้าทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาประเทศ ที่มุ่งเน้นส่งเสริมอุตสาหกรรม ทำให้มีการอพยพเข้าสู่เมืองเพื่อขายแรงงานในอุตสาหกรรมและบริการมากขึ้น ทำให้ชุมชนเมือง และเขตปริมณฑลเป็นศูนย์กลางความเจริญมีการขยายตัว เร็วขึ้นโดยคาดว่าในปี พ.ศ. 2570 ประชาชนจะอยู่ในเมืองมากถึง ร้อยละ 47.2 เกิดปัญหาการปรับตัวในการดำรงชีวิต และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น ปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นจาก 440.1 ต่อประชากรแสนคนในปี 2540 เป็น 578.1 ต่อประชากรแสนคนในปี 2552 ปัญหาโรคเรื้อรังการบาดเจ็บ เป็นภาระค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้น (สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เกิดการแข่งขันกันสูง ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และพฤติกรรมสุขภาพเกิดปัญหาพฤติกรรมเสพติดเทคโนโลยี มีการรับและถ่ายเทวัฒนธรรมแบบตะวันตกที่มีแต่ความเร่งรีบ สร้างนิสัยการเสพสื่อ การใช้ชีวิตและการบริโภคอาหารจานด่วนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น(ที่มา รายงานการสำรวจพฤติกรรมดูแลสุขภาพของประชากรไทย : 2548 และรายงานการสำรวจอนามัยสวัสดิการและการบริโภคอาหารของประชากร : 2552 สำนักงานสถิติแห่งชาติ) การพึ่งพาอาหารสำเร็จรูป นำมาหาสู่ปัญหาสุขภาพ พบว่าประชากรไทยอายุ 35-59 ปี มีแนวโน้มของไขมัน คลอเรสเตอรอล ระดับน้ำตาลในเลือด ภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเพิ่มขึ้น โรคอ้วนพบความชุกภาวะอ้วนในคนไทยเพิ่มขึ้น ในกลุ่มอายุ 20-29 ปี และ 60ปีขึ้นไป (ที่มา: โครงการ Child Watch 2549-2550 สถาบันรามจิตติ) ความชุกของภาวะอ้วนเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 3.7 อยู่ประมาณ 1.7 ล้านคนในปี 2550 (ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง โรคไม่ติดต่อ สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข) จากรายงานสถานการณ์สุขภาพ 70 ปี(พ.ศ. 2498-2568) ขององค์การอนามัยโลก(WHO 1998 อ้างในสถาบันวิจัยระบบบริการสุขภาพ : บทสังเคราะห์บทบาทกระทรวงสาธารณสุขในศตวรรษที่ 20,2554) ระบุแนวโน้มสุขภาพ 50 ประการ เช่น จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านล้านคนในปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) การกระจายตัวของประชากรที่เข้าสู่เมืองในสัดส่วนใกล้เคียงกับอาศัยในเขตชนบท สัดส่วนของประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้น เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุใน10-20 ปี ข้างหน้า ที่ต้องพึ่งพิงวัยทำงานจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 17 ของประชากรทั้งหมด โรคอุบัติการณ์ใหม่ เช่น ไข้หวัดนก (อัตราป่วยตายร้อยละ68 ในปีพ.ศ.2553) ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ชนิด A ( H1N1) 2009 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ 225 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2553) และในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2553 คาดว่ามีประชาชนติดเชื้อร้อยละ 8.9 หรือมีผู้ติดเชื้อ ประมาณ 5-6 ล้านคน (ที่มา:http:// www.who.int-update 2010) ซึ่งก่อให้เกิดภาวะตื่นตระหนกต่อการระบาดของเชื้อโรค ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และแนวโน้มของโรคต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงจากโรคติดเชื้อ มาเป็นโรคไม่ติดต่อ อันเกิดจากการแบบแผนการดำรงชีวิต โรคเบาหวานในปี พ.ศ. 2550 ประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานถึง 3.2 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 5 ของประชากรแสนคน คาดว่าในปีพ.ศ.2568 จะพบถึง 4.7 ล้านคน (ที่มา : รายงานผู้ป่วยในสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข) โรคความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 261.61 ต่อประชากรแสนคน ในปีพ.ศ.2542 เพิ่มเป็น 981.48 ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 2552 (ที่มา : ศูนย์ข้อมูลเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข) จากสถานการณ
ความก้าวหน้าโครงการ(%)
ความก้าวหน้าโครงการ 33.63%
งบประมาณ
งบประมาณ 48,000,000.00 บาท
งบประมาณที่ใช้ไป 16,141,774.00 บาท    มิ.ย.
ผลผลิตเทียบกับเป้าหมาย
1. มีการประชุมชี้แจงการดำเนินงานในพื้นที่ของศูนย์สุขภาพจิต 2. ประชุมเพื่อบูรณการการนิเทศติดตามผลการดำเนินงานเครือข่าย 4 ได้แผนการนิเทศติดตามการดำเนินงานและวิธีการ เทคนิคประเด็นในการติดตามโครงการขับเคลื่อนฯเครือข่าย 4 3. พัฒนามาตรฐานบริการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิตสำหรับ รพ.จิตเวช / รพศ./ รพท./รพช./และรพสต. 4.จัดทำมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยจิตเวชเด็กและวัยรุ่นในกลุ่ม 4 โรคหลัก 5. จัดพิมพ์หลักสูตรและสื่อประกอบการดำเนินงานสุขภาพจิตวัยทำงาน(สนับสนุนการดำเนินงานรพจ.แลศูนย์ฯเขต) 6. จัดทำคู่มือบริการจิตเวชเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 7. จัดทำคู่มือมาตรฐานเฉพาะโรค (แนวทางเวชปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นในวัยรุ่น/บริการคลินิกเฉพาะโรคโดยจัดทำโปรแกรม Sheltered Workshop ในเด็กผู้บกพร่องทางสติปัญญา /ค่ายทักษะทางสังคมผู้ป่วยจิตเวชเด็กและวัยรุ่น 8. พัฒนาคู่มือแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 9. ทำแผนพัฒนาระบบบริการประเมินผลและส่งต่อด้านจิตเวชวัยรุ่น/คู่มือบริการ จิตเวชเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 10. พัฒนาเครื่องมือการสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิตเด็ก 11. จัดทำแผนการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การดำเนินงาน ในช่วงแผน ปี 2556-2559 และสื่อสารนโยบายและแนวทางการดำเนินงานสุขภาพจิต 12. จัดทำแบบประเมินตนเอง SA 2011 เพื่อรับการเยี่ยมสำรวจตามระบบ HA 13. พัฒนาระบบบริการรักษาด้วยไฟฟ้า โดยใช้ยาระงับความรู้สึก 14.จัดทำแนวทางการดูแลรักษา(CPG) ตามขั้นตอน How to pull EMB การตั้งคำถาม และ Answerable Question Critical appraisal medical literature 15.จัดโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยซึมเศร้า และอบรมเชิงปฏิบัติการบำบัดผู้ป่วยซึมเศร้า 16. ประชุมจิตแพทย์เพื่อหาเนื้อหารูปแบบบริการในพื้นที่ 17. จัดทำโครงการรับอรุณ/บ้านแสนรัก 18. อบรมเทคนิคการให้การปรึกษาแบบสร้างแรงจูงใจและอบรมความรู้สุขภาพจิตและจิตเวชแก่เครือข่ายระดับปฐมภูมิ 19. พัฒนาระบบคัดกรองส่งต่อระบบ SINAP /โปรแกรมจิตสังคมบำบัด (PMK Model) โดยจัดทำระบบฐานข้อมูล 20. พัฒนาศักยภาพทีมผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) ให้มีระบบการดูแลทางสังคมและจิตใจ ขั้นสูง (CBT, Floor time /DIR) 21. พัฒนาคู่มือระบบเฝ้าระวังการใช้ยาทางจิตเวชเด็กที่มีความเสี่ยงสูง 22. อบรมการช่วยฟื้นคืนชีพแก่ผู้ป่วยและญาติ และฟื้นฟูการดำเนินชีวิตในสังคม 23. จัดทำร่างคู่มือการดูแลผู้ป่วยต่างชาติ ในส่วนของ OPD/ER/IPD เพื่อทดลองใช้ในสถาบันสมเด็จฯ 24. พัฒนาเครือข่ายยาจิตเวช 25. พัฒนาศักยภาพบุคลากรการดำเนินงานสุขภาพจิตเด็ก/การบริการจิตเวชในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 1 /2 3// 4 / 5/9 / 10 และ กทม. 26.พัฒนาและปรับปรุงคลินิกเฉพาะทาง (สูงอายุ / เด็กวัยรุ่น) จัดตั้งคลินิกผู้ป่วยจิตเภทที่รักษาด้วยยา clozapine / ติดตามภาวะโภชนาการในผู้ป่วยเมื่อกลับสู่ชุมชนให้มีภาวะโภชนาการดีต่อเนื่อง 27 จัดตั้งคลินิกพิเศษ (รพจ.นครราชสีมาฯ : อบรมแนวทางการให้บริการแก้ปัญหา ท้องไม่พร้อม/คลินิกสุรา-ยาเสพติด /บริการคลินิกเฉพาะโรค ADHD /LD/Autism 28. สัมมนาเครือข่ายรพศ./รพท./รพช.ในเขตเครือข่ายบริการที่ 6/7/9 29. พัฒนาการตรวจวินิจฉัยทางจิตวิทยาเด็ก / แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการส่งเสริมพัฒนาการเด็กกับเครือข่ายผู้ปกครองเด็กพิเศษ ผ่านการเล่น DIR/Floor time - รณรงค์ส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในเครือข่าย 7และ 8 30.ติดตามประเมินผลการรักษา 31. มีการนิเทศ/ติดตามผลการดำเนินงานจากส่วนกลาง 32. นิเทศงานเครือข่ายบริการที่ 1 -12
ผลลัพธ์เทียบกับเป้าหมาย
ผลลัพธ์ยังไม่ปรากฏ
ปัญหาอุปสรรรค
1. มีงานโครงการของสถานบริการในพื้นที่ซ้อนกับการจัดโครงการทำให้มีการเลื่อนวันการจัดอบรม
ข้อเสนอแนะ
1. รอความชัดเจนเรื่องแนวทางการดำเนินงานสุขภาพจิตและตัวชี้วัดการดำเนินงานเพื่อให้ได้ข้อสรุป
[โครงการอื่นภายใต้ยุทธศาสตร์/กลยุทธนี้] [โครงการทั้งหมด]
นโยบายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 1 พัฒนาระบบฉุกเฉินเพื่อรองรับอุบัติเหตุโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่กำลังจะเข้ามาถึง
 
โครงการที่ 4
โครงการพัฒนางานวิกฤตสุขภาพจิต
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเตรียมความพร้อมการดำเนินงานทั้งในด้านบุคลากร วิชาการ เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ เทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูล เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านสุขภาพจิต 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพทีม MCATT ทั้งในระดับกรมสุขภาพจิต และเครือข่ายทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ
เป้าหมาย
ผลลัพธ์ ผลผลิต
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ตัวชี้วัด เป้าหมาย
พยาบาล PG ใน 4 ภาค ในพื้นที่จังหวัดที่เสี่ยงต่อการเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ ได้รับการอบรมการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ ร้อยละ 50
ทีม MCATT ระดับอำเภอมีคุณภาพมาตรฐาน สามารถให้การช่วยเหลือเยียวยาจิตใจแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ และเป็นที่ปรึกษาแก่พยาบาล PG ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร้อยละ 100
ทีม MCATT ประจำอำเภอที่มีมาตรฐาน ร้อยละ 100
ทบทวนสถานการณ์
กรมสุขภาพจิตโดยสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบให้บริการด้านสุขภาพจิตแก่ประชาชนในทุกกลุ่มอายุ ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัย บำบัดรักษา ป้องกันและส่งเสริมสุขภาพจิต เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งได้รับมอบหมายจากกรมสุขภาพจิตให้รับผิดชอบงานด้านวิกฤตสุขภาพจิต เพื่อเป็นแม่ข่ายในด้านวิกฤตสุขภาพจิต ซึ่งได้มีการพัฒนาบริการด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยรวมทั้งได้มีการจัดตั้งศูนย์วิกฤตสุข (MCC: Mental Health Crisis Center) ขึ้นที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์เป็นแห่งแรกเมื่อปี พ.ศ 2543 เพื่อให้การช่วยเหลือบุคคลที่ประสบภาวะวิกฤตและตั้งแต่ปี 2557 - 2559 สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ได้พัฒนาการจัดตั้งเครือข่ายวิกฤตสุขภาพจิต (MCC) ครอบคลุมทั้งในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน รวมทั้งหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตทั่วประเทศ พร้อมทั้งได้มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ด้านการเจรจาต่อรอง ช่วยเหลือบุคคลในภาวะวิกฤตตลอดมา และตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาวิชาการด้านวิกฤตสุขภาพจิตต่างๆ เช่น พัฒนาแนวปฏิบัติการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตผู้ประสบภาวะวิกฤตสำหรับหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิต และสำหรับเครือข่ายวิกฤตสุขภาพจิตระดับจังหวัด รวมทั้งแนวปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตทางการเมือง นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาคู่มือวิทยากรหลักสูตรการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภาวะวิกฤตสุขภาพจิต และคู่มือการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤตเพื่อใช้เป็นคู่มือในการถ่ายทอดและช่วยเหลือผู้ประสบภาวะวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวช คู่มือแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติด้านสุขภาพจิต ปรับปรุงแนวปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยจากสถานการณ์วิกฤตสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นการเกิดวิกฤตทางการเมือง การเกิดภัยพิบัติทั้งทางธรรมชาติ เช่น การเกิดสึนามิ โรคระบาดกรณีไข้หวัดใหญ่ 2009 มหาอุทกภัยในปี 2554 ที่ผ่านมาซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายมูลค่ามหาศาล ทั้งในด้านระบบเศรษฐกิจ โครงสร้างทางสังคม มีผู้เสียชีวิตจำนวนเกือบ 1,000 ราย และการเกิดภัยพิบัติจากการกระทำของมนุษย์ เช่น สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ กรณีสถานการณ์วิกฤตทางการเมือง หรือกรณีไฟไหม้ การเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อปัญหาสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยเป็นอย่างมาก เกิดความเครียด ทุกข์ใจ มีภาวะซึมเศร้า และมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์วิกฤตต่างๆ ทั้งภัยธรรมชาติ ภัยที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมระบบการดำเนินงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสื่อสารสู่สังคม การสื่อสารให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการดูแลตนเองเมื่อประสบภาวะวิกฤต เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรซึ่งต้องมีการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้มแข็ง มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยหรือประสบภาวะวิกฤตต่างๆ และความพร้อมด้านระบบสารสนเทศ ด้านส่งกำลังบำรุง เพื่อให้การดำเนินงานรับมือกับสถานการณ์วิกฤตสุขภาพจิต/ภัยพิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนางานด้านวิกฤตสุขภาพจิตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีความเข็มแข็ง มีระบบการบริการที่ได้มาตรฐานมีประสิทธิภาพ
ความก้าวหน้าโครงการ(%)
ความก้าวหน้าโครงการ 33.12%
งบประมาณ
งบประมาณ 20,000,000.00 บาท
งบประมาณที่ใช้ไป 6,624,663.00 บาท    มิ.ย.
ผลผลิตเทียบกับเป้าหมาย
1. มีการประชุมชี้แจงระดับจังหวัด/พื้นที่ เครือข่ายบริการที่ 1 - 12 2. จัดทำร่างเนื้อหาแผนการสอนที่ใช้ฟื้นฟูความรู้และทักษะการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชให้กับเครือข่ายที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง 2. อบรมฟื้นฟูความรู้เรื่องการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤตสำหรับทีม MCATT ของกรมสุขภาพจิต/อบรมทีม MCATT ระดับอำเภอ ในเครือข่ายบริการที่ 9 3. พัฒนาการให้บริการปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ในเขตเมือง 4. อบรมการใช้เทคนิค Stair Model 2 รุ่น 5. พัฒนาหลักสูตรสำหรับฝึกอบรมวิทยากรระดับสูงเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยพิบัติในภาคพื้นอาเซียน (สิงคโปร์) 6. ประชุมปฏิบัติการเพื่อจัดทำแนวทางพัฒนาคุณภาพระบบบริการวิกฤตสุขภาพจิต 7. ชี้แจงการดำเนินงานตามตัวชี้วัดด้านสาธารณภัย ( เกี่ยวกับทีม MCATT) แก่ผู้นิเทศกระทรวงสาธารณสุข 8. ประชุมปฏิบัติการจัดทำคู่มือการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤตสำหรับทีม MCATT 9. จัดทำแผนการดำเนินงานระบบบริการสุขภาพจิตและภาวะวิกฤติสุขภาพจิตและเตรียมความพร้อมบุคลากรสาธารณสุขด้านวิกฤตในพื้นที่ กทม. 10. อบรมฟื้นฟูความรู้และทักษะเครือข่ายการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช 11. พัฒนาการใช้ยาทางจิตเวชสำหรับเภสัชกรเครือข่ายที่ 12 ใน 7 จว.ภาคใต้ตอนล่าง 12. ผลิต CD 1,000 แผ่น / คู่มือดำเนินงาน 710 เล่ม /แผ่นพับตามกลุ่มวัย 38,490 เล่ม 13.รณรงค์เผยแพร่ความรู้/ประชาสัมพันธ์/ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานด้านวิกฤตฯในระดับพื้นที่ เขต 17 เครือข่าย 7 14. พัฒนาศักยภาพเครือข่ายสื่อมวลชนในการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต นิเทศติดตามการดำเนินงานในพื้นที่เครือข่ายที่ 1 - 12
ผลลัพธ์เทียบกับเป้าหมาย
ผลลัพธ์ยังไม่ปรากฏ
ปัญหาอุปสรรรค
1. การดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้เนื่องจากมีการจัดประชุม/อบรม บ่อยครั้งทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ 2. มีการจัดกิจกรรมอื่นพร้อมกันซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน
ข้อเสนอแนะ
ไม่มี
[โครงการอื่นภายใต้ยุทธศาสตร์/กลยุทธนี้] [โครงการทั้งหมด]
นโยบายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 6 การดูแลสุขภาพตามกลุ่มวัย เช่น เด็ก สตรี ผู้สูงอายุตามนโยบายรัฐบาล และกลุ่มโรคเช่น โรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูงที่มีภาระโรคแทรกซ้อนสูง
 
โครงการที่ 5
โครงการพัฒนางานระบาดวิทยาสุขภาพจิตและการเฝ้าระวังภาวะสุขภาพจิตในคนไทย
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาระบบการเฝ้าระวังและสอบสวนทางระบาดวิทยาสุขภาพจิต โดยธำรงรักษาในระบบเดิม และพัฒนาระบบใหม่ตามกลุ่มวัย 2. เพื่อพัฒนาระบบการสำรวจทางระบาดวิทยาสุขภาพจิต โดยการสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิตระดับชาติ เพื่อค้นหาองค์ความรู้สถานการณ์ของความชุกของโรคจิตของคนไทย 3. เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศทางระบาดวิทยาสุขภาพจิต 4. เพื่อพัฒนาศักยภาพและกำลังคนทางระบาดวิทยาสุขภาพจิต โดยการพัฒนาหลักสูตรนักระบาดวิทยาสุขภาพจิตและบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถทางระบาดวิทยาสุขภาพจิตและสามารถปฏิบัติงานระบาดวิทยาสุขภาพจิตในหน่วยงานได้ 5. เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังภาวะสุขภาพจิตของคนไทย โดยการธำรงรักษาระบบเฝ้าระวังภาวะสุขภาพจิต ของคนไทย และเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตของคนไทย ได้แก่ ความเครียด ปัญหาความรุนแรงในสังคม 6. เพื่อประเมินผลโครงการ
เป้าหมาย
ผลลัพธ์ ผลผลิต
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ตัวชี้วัด เป้าหมาย
ระบบเฝ้าระวังและสอบสวนทางระบาดวิทยาสุขภาพจิต ตามกลุ่มวัยที่มีประสิทธิภาพ 1 ระบบ
รายงานผลสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิต เบื้องต้น 1 ชุด
ผลงานทางระบาดวิทยาสุขภาพจิตที่นำเสนอในเวทีระดับ ประเทศ 3 เรื่อง
เครื่องมือเพื่อการเฝ้าระวังและสอบสวนทางระบาดวิทยาสุขภาพจิต ตามกลุ่มวัย 1 ชุด
หลักสูตรเครือข่ายนักระบาดวิทยาสุขภาพจิต 1 หลักสูตร
ฐานข้อมูลการติดตามอุณหภูมิใจของคนไทย 1 ฐานข้อมูล
ฐานข้อมูลการเฝ้าระวังปัญหาความรุนแรงสังคม 1 ฐานข้อมูล
ทบทวนสถานการณ์
ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงลักษณะของโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขมีแนวโน้มเป็นกลุ่มโรคไร้เชื้อมากขึ้น จากรายงานสาเหตุการตายส่วนใหญ่เปลี่ยนมาเป็นโรคหัวใจ อุบัติเหตุ มะเร็ง ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดในสมอง นอกจากนั้นแล้ว ปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวชก็มีแนวโน้มสูงขึ้น มีความสลับซับซ้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพสังคม เศรษฐกิจและการพัฒนาเทคโนโลยีด้านต่างๆ จากการเฝ้าระวังภาวะสุขภาพจิตของคนไทยในช่วงเวลาต่าง ๆ เดือนเมษายน 2552- มกราคม 2555 พบว่า สถานการณ์และแนวโน้มความเครียดคนไทยค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องและแนวโน้มสูงขึ้น จากร้อยละ 6.3 ในเดือนมกราคม 2553 เป็นร้อยละ 7.8 ในเดือนตุลาคม 2553 เริ่มสูงขึ้นร้อยละ 9.2 ในเดือนมกราคม 2554 และลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นร้อยละ 6.8 ในเดือนมกราคม 2555 กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่เสี่ยงที่พบผู้ที่มีความเครียดสูงมากที่สุด สาเหตุความเครียด 3 อันดับแรกพบใน 5 ปัญหา ได้แก่ 1) ปัญหาการเงิน 2) ปัญหาการงาน 3) ปัญหาความไม่สงบของบ้านเมือง 4) ปัญหาครอบครัว และ 5) ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม โดยส่วนใหญ่ของการสำรวจพบปัญหาอันดับแรก คือปัญหาการเงิน วิธีจัดการปัญหาเมื่อเครียดสูง 3 อันดับแรกพบ 6 วิธีได้แก่ 1) ดูทีวี ภาพยนตร์ 2) ฟังเพลง ร้องเพลง เล่นดนตรี 3) ปล่อยวาง ปลง ทำใจให้สงบ ไม่คิดมาก 4) สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม และ 5) ปรึกษาผู้อื่น คนใกล้ชิด สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อความเครียดสูงได้แก่ เพศ พบว่าเพศหญิงมีความเครียดสูงกว่าเพศชาย ผู้ที่จบการศึกษาตั้งแต่มัธยมศึกษาขึ้นไปเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้เรียนรวมผู้ที่เรียนจบประถมศึกษา ผู้ที่สถานภาพสมรสหม้าย หย่า ร้างเมื่อเทียบกับคนโสด ผู้ที่เครียดเรื่องปัญหาการเงิน การงาน ครอบครัว การเรียน ความเจ็บป่วยของตนเอง ความเจ็บป่วยของคนในครอบครัว ความไม่สงบของบ้านเมือง ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม การสูญเสียบุคคล สูญเสียความรักเมื่อเทียบทุกปัญหากับผู้ที่ไม่มีปัญหา ส่วนปัจจัยป้องกันความเครียดสูงคือผู้ที่เครียดเรื่องปัญหาโรคระบาดเทียบทุกปัญหากับผู้ที่ไม่มีปัญหา สำหรับการเฝ้าระวังปัญหาความรุนแรงในสังคม โดยการรวบรวมข้อมูลจากข่าวหนังสือพิมพ์ 13 ฉบับ พบว่าปี 2553 มีข่าวความรุนแรงในสังคมทั้งหมด 1,277 ข่าว สูงสุดเป็นข่าวการถูกฆ่า (685 ข่าว) รองลงมาคือ ข่าวการถูกทำร้าย (203 ข่าว) แบ่งเป็น ข่าวการถูกทำร้าย (198 ข่าว) ข่าวถูกข่มขืน (75 ข่าว) ข่าวการฆ่าผู้อื่นแล้วฆ่าตัวตายตาม (52 ข่าว) ข่าวอนาจาร (40 ข่าว) ข่าวพยายามฆ่าตัวตาย (12ข่าว) ข่าวถูกข่มขืนแล้วฆ่า (11 ข่าว) อื่นๆ(1 ข่าว) ส่วนใหญ่พบข่าวที่ภาคกลางรวมภาคตะวันออก (522 ข่าว) ภาคใต้ (255 ข่าว) กรุงเทพมหานคร (231 ข่าว) ภาคเหนือ (135 ข่าว) และต่ำสุดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (124 ข่าว) ยกตัวอย่างเมื่อพิจารณาเป็นรายกรณีศึกษา ดังนี้ กรณีที่ 1 การฆ่าภรรยา/สามี แล้วฆ่าตัวตายตาม จำนวน 17 คู่ ซึ่งผู้ถูกฆ่าเกือบทั้งหมดเป็นผู้หญิง ที่เกิดจากปัญหาความหึงหวง ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวที่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันมาตลอด มีประวัติการก่อเหตุความรุนแรง และดื่มสุรา ดังนั้นมาตรการส่งเสริมเพื่อป้องกันปัญหาการฆ่าภรรยา/สามีแล้วฆ่าตัวตายตามที่ควรสื่อสารกับประชาชน คือ การเปลี่ยนพฤติกรรมที่ต้องให้ภรรยามีสติ ควบคุมตนเองไม่ให้ใช้ความรุนแรงตอบโต้ หาทางหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง หาที่ปรึกษาที่จะช่วยไกล่เกลี่ยให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น เปลี่ยนทัศนคติในเรื่องของการรักษา ต้องไม่อายที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิต ชุมชนต้องเฝ้าระวังแนวโน้มของครอบครัวที่จะก่อเหตุความรุนแรง จัดกิจกรรมให้ความรู้เพื่อการเตรียมตัวก่อนแต่งงาน กรณีที่ 2 ปัญหาครอบครัวการฆ่าตัวตายพร้อมกัน 4 คู่ จากประสบการณ์รับรู้เรียนรู้ปัญหาร่วมกันของคู่สมรส การเข้าใจถึงสาเหตุความเป็นมาของปัญหา การวางแผนแก้ปัญหาด้วยการฆ่าตัวตายพร้อมกัน ซึ่งทุกรายมีสัญญานเตือน สัญญานขอความช่วยเหลือ รวมทั้งมีประวัติการพยายามฆ่าตัวตาย ดังนั้นเมื่อวิเคราะห์สาเหตุทางจิตวิทยาจึงบอกได้ว่าเกิดจากความรู้สึกสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกสูญเสียทรัพย์สิน ความมั่นคงในชีวิต ครอบครัว ดังนั้นมาตรการส่งเสริมเพื่อป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายพร้อมกัน คือ การปรับเปลี่ยนทัศนคติที่ว่าทุกปัญหามีทางแก้ไข ให้มีสติ คู่สมรสต้องสร้างพลังทางจิตในครอบครัวเพื่อให้เกิดสติ มีพลังในการดำเนินชีวิตต่อไป ผู้ที่ใกล้ชิด คนในครอบครัวต้องเฝ้าระวังผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุในครอบครัว เป็นที่ปรึกษาที่พึ่งได้ ชุมชนต้องพัฒนาระบบเฝ้าระวังปัญหาความรุนแรงในครอบครัวจะเห็นว่าการติดตามการเปลี่ยนแปลงของภาวะสุขภาพจิตของประชาชน โดยการวัดศักยภาพของประชาชน วัดอุณหภูมิหรือการเปลี่ยนแปลงของสังคม รวมทั้งวัดทัศนคติของประชาชนจะเป็นประโยชน์ในการทราบถึงขนาดของปัญหา สถานการณ์และแนวโน้มของปัญหาที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเฝ้าระวังและให้การดูแล นำข้อมูลมาใช้เพื่อการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
ความก้าวหน้าโครงการ(%)
ความก้าวหน้าโครงการ 14.62%
งบประมาณ
งบประมาณ 15,000,000.00 บาท
งบประมาณที่ใช้ไป 2,193,666.00 บาท    มิ.ย.
ผลผลิตเทียบกับเป้าหมาย
1. ทบทวนและพัฒนาระบบเฝ้าระวังและสอบสวนทางระบาดวิทยาสุขภาพจิตตาม กลุ่มวัย/ได้นำร่างคู่มือและแนวปฏิบัติทดลองใช้ผ่านทางผู้พัฒนาในแต่ละภาค 2. จัดทำแนวปฏิบัติการสอบสวนการฆ่าตัวตาย 3. พัฒนาแนวปฎิบัติเรื่องอุปทานหมู่หรือการแพร่ระบาดของความเชื่อต่าง ๆ 4. สรุปผลการทดสอบการเก็บข้อมูลการสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิตคล้ายสถานการณ์จริง ได้ข้อมูลการสรุปผลการทดสอบแบบ PAPI 1 ชุด / ได้เครื่องมือ PAPI 14 section ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลระดับพวงบริการ (10 โรค + การคัดกรอง + การรับบริการ+การเจ็บป่วยเรื้อรัง+ข้อมูลทั่วไป ได้ข้อมูลเพื่อการปรับปรุงพัฒนาการเก็บข้อมูลระบาดวิทยาสุขภาพจิต) 5. พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปในการบันทึกข้อมูลในภาคสนาม (14 Section) 6. ประชุมปรึกษาหารือแผนการสุ่มตัวอย่างประชากรเพื่อเป็นแนวทางในการสำรวจระบาดวิทยาฯ ปี 2556 ณ สำนักงานสถิติแห่งชาติ 7. ได้แนวทางการสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิตเด็ก 1 ชุด 8. ทดสอบกระบวนการเก็บข้อมูลโดยทำ pilot test ได้ข้อมูลเพื่อการปรับปรุงพัฒนาการเก็บข้อมูลระบาดฯ 9. เตรียมการจัดสัมมนาพัฒนาดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตของประเทศไทย ได้ดัชนีที่สามารถบ่งบอกถึงสถานการณ์ของปัญหาสุขภาพจิตและสามารถนำมาวางแผนแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตทั้งในระยะสั้นและยาวได้ 10. พัฒนาหลักสูตรระบาดวิทยาสุขภาพจิตสำหรับบุคลากร 1 ชุด 11. อบรมหลักสูตรระบาดวิทยาสุขภาพจิตฯ รุ่น 2 (38 คน) และ 3 (38 คน) 12. อบรมการใช้คู่มือและแนวปฏิบัติภาวะอุปทานหมู่และการแพร่ระบาดฯ 13. เก็บข้อมูลการติดตามอุณหภูมิใจเดือนตุลาคม เรื่องความเครียด เดือนมกราคม เรื่องความสุขในครอบครัว /เก็บรวบรวมข้อมูลปัญหาความรุนแรงในสังคมจากข่าวหนังสือพิมพ์ถึงเดือนพค.56 14. ประชุมคณะทำงาน/ปรึกษาหารือที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ/นิเทศการดำเนินงาน/จัดทำและเผยแพร่รายงานผลการดำเนินงาน
ผลลัพธ์เทียบกับเป้าหมาย
ผลลัพธ์ยังไม่ปรากฎ
ปัญหาอุปสรรรค
ไม่มี
ข้อเสนอแนะ
ไม่มี
[โครงการอื่นภายใต้ยุทธศาสตร์/กลยุทธนี้] [โครงการทั้งหมด]
นโยบายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 2 การดูแลกลุ่มต่างๆ ได้แก่ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสผ่านศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์พึ่งได้และโครงการ EWEC
 
โครงการที่ 6
โครงการพัฒนาระบบส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในวัยทำงาน - สูงอายุ
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการในโรงพยาบาลชุมชน ดังนี้ 1.1 พัฒนาระบบบริการการให้การปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตในวัยทำงาน ในเรื่องครอบครัว สุรา ยาเสพติด ความรุนแรงใน Psychosocial clinic 1.2 พัฒนาคลินิก NCD /คลินิกผู้สูงอายุ ให้มีบริการคัดกรอง ช่วยเหลือดูแลทางสังคมจิตใจ และดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุ 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และเครือข่ายในชุมชนที่เกี่ยวข้อง 3. เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้สุขภาพจิตแก่กลุ่มเป้าหมาย 4. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายทั้งในและนอกระบบสาธารณสุข
เป้าหมาย
ผลลัพธ์ ผลผลิต
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ตัวชี้วัด เป้าหมาย
ผู้สูงอายุในคลินิก NCD/ คลินิกสูงอายุ ได้รับการคัดกรองภาวะซึมเศร้า และได้รับการช่วยเหลือ/ดูแลทางสังคมจิตใจ ร้อยละ 50
โรงพยาบาลชุมชนมีการบริการให้การปรึกษา เรื่อง ครอบครัว สุรา ยาเสพติด ความรุนแรง ครอบครัว ใน Psychosocial clinic ร้อยละ 50
คลินิก NCD / คลินิกสูงอายุในโรงพยาบาลชุมชนมีบริการ/ดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุ ร้อยละ 80
โรงพยาบาลชุมชนมีการจัดบริการให้คำปรึกษาใน Psychosocial clinic ร้อยละ 50
ทบทวนสถานการณ์
วัยทำงานถือเป็นกลุ่มคนสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะที่ขนาดของประชากรวัยทำงานมีแนวโน้มลดลง คาดว่าจะมีร้อยละ 66 ในปี 2558 ยังมีปัญหาที่เกิดกับวัยแรงงานมากมาย ที่บั่นทอน และส่งผลกระทบกับศักยภาพและผลผลิตของงาน โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพจิต ซึ่งสาเหตุหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาครอบครัวที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมทางสังคม ปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้เกิดความเครียดและนำไปสู่ปัญหาสัมพันธภาพของสมาชิกภายในครอบครัว จะเห็นได้ว่าปัญหาการหย่าร้างของครอบครัวไทยในรอบ 10 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัญหาการดื่มสุราที่พบมากในกลุ่มอายุ 30 - 40 ปี ปัญหาการฆ่าตัวตายที่พบมากในกลุ่มอายุ 25 -59 ปี ในขณะเดียวกันประชากรวัยสูงอายุก็เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ มีการคาดการณ์ว่าในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า วัยแรงงาน 100 คนจะต้องรับภาระเลี้ยงดูผู้สูงอายุ 25.3 คน เนื่องจากในการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อปี 2550 พบว่า ผู้สูงอายุที่อยู่ในวัยปลาย คือ 80 ปีขึ้นไป มีร้อยละ 84.8 อยู่ในภาวะพึ่งพิงที่ต้องมีผู้ดูแลตลอดเวลา ผู้สูงอายุวัยกลาง คือ 70 - 79 ปี อยู่ในภาวะพึ่งพิงสมบูรณ์แบบ ร้อยละ 4.8 ผู้สูงอายุวัยต้น คือ อายุ 60-69 ปี มีร้อยละ 4.8 อยู่ในภาวะพึ่งพิงสมบูรณ์แบบ การดำเนินโครงการพัฒนาระบบส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในวัยทำงาน – สูงอายุ ในปี 2556 นี้ เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตครอบครัวและสุขภาพจิตผู้สูงอายุ โดยมีเครือข่ายทั้งในและนอกระบบสาธารณสุขที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินงาน โดยกรมสุขภาพจิตได้สนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสุขภาพจิต สร้างกระแสและประขาสัมพันธ์ จัดเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ในปีงบประมาณ 2556 กรมสุขภาพจิตได้นำ 2 โครงการ ข้างต้นมาบูรณาการภายใต้โครงการพัฒนาระบบส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในวัยทำงาน - สูงอายุ ตามนโยบายกรมสุขภาพจิตประจำปี 2556 -2559 ตามนโยบาย การพัฒนางานสุขภาพจิตในกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ในวัยทำงาน/ครอบครัว เน้นการพัฒนาความสามารถในการปรับตัว/ยืดหยุ่นในการทำงาน (Resilience) การสร้างความสุขในการทำงาน การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงในการทำงาน (การติดสุรา/ยาเสพติด/ความเครียด) รวมทั้งการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยร่วมกับกระทรวงแรงงาน ในการพัฒนาสถานประกอบการต้นแบบที่มีการดูแล/ส่งเสริมสุขภาพกาย - จิต แบบองค์รวม รวมทั้งร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พัฒนาการดูแลสุขภาพจิตในครอบครัว และในวัยสูงอายุ เน้นการสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจในชีวิต และการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งโดยพัฒนาระบบดูแล ส่งเสริม ป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในชมรมผู้สูงอายุ ตลอดจนพัฒนาระบบการคัดกรองและดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้า สมองเสื่อมในคลินิก NCD / คลินิกบริการผู้สูงอายุของสถานบริการสาธารณสุขทั่วไป
ความก้าวหน้าโครงการ(%)
ความก้าวหน้าโครงการ 39.3%
งบประมาณ
งบประมาณ 22,500,000.00 บาท
งบประมาณที่ใช้ไป 8,843,891.00 บาท    มิ.ย.
ผลผลิตเทียบกับเป้าหมาย
1. มีการประชุมชี้แจงการดำเนินงานในพื้นที่ของศูนย์สุขภาพจิต 2. จัดพิมพ์หลักสูตรและสื่อประกอบการอบรม 25 รายการ (สนับสนุน รพจ./ศูนย์ฯเขต) 3. มีเกณฑ์ผู้สูงอายุสุขภาพจิตดีได้ทิศทางและประเมินการดำเนินงานสุขภาพจิตวัยทำงานสูงอายุผู้พิการปี 2557 4. จัดโครงการผูกใจประสานให้บริการประชาชน 8 จังหวัด 8 อำเภอ (เครือข่ายบริการที่ 6) สระแก้ว 5. พัฒนางานส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตผู้สูงอายุ/ฝึกอบรมการจัดบริการคลินิกสังคมจิตใจ รวมทั้งดำเนินงานในเครือข่ายด้วย 6. ประชุมคณะทำงานฯได้รับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินงานวัยทำงาน/ วัยสูงอายุ 7. พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสุขภาพจิตและจิตเวชในพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 3/ 5/6/8/10/11 /12 และ กทม. 8. พัฒนาศักยภาพการดูแลเฝ้าระวังโรคซึมเศร้าสำหรับแพทย์ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง 9. พัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับจังหวัด/รพศ/รพท./รพช.และเครือข่ายอื่นๆ ในชุมชน เครือข่าย 3 10. พัฒนาศักยภาพบุคลากรใน Psychosocial Clinic/พยาบาลใน NCD 11. สัมมนาฯการพัฒนาคุณภาพจิตเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน โดย - เตรียมความพร้อมทีมพัฒนางานสุขภาพจิตจังหวัดเพื่อนิเทศติดตามเป็นพี่เลี้ยงทางวิชาการ - ประชุมเรื่องการดูแลผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้าใน รพศ/รพท./รพช./ 12. อบรมความรู้สุขภาพจิตวัยทำงาน/สูงอายุแก่เครือข่ายในชุมชน/ครอบครัว 13. พัฒนางานระบบการดำเนินงานส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตตามกลุ่มวัยโดยเครือข่ายในชุมชนเครือข่ายที่ 5/6/7/8 14. สนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ โดยศูนย์สุขภาพจิต 15. สนับสนุนสื่อแก่สื่อมวลชนและเครือข่ายนอกระบบบริการสาธารณสุขในพื้นที่ โดยจัดทำซีดีคู่มือการดำเนินงาน และแผ่นพับสุขภาพจิตตามกลุ่มวัย 16. ผลิตสื่อเพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สื่อผู้สูงอายุLocal Airwar / Ground ในพื้นที่ เครือข่ายบริการที่ 2 / 3 /9/10 17. รณรงค์ให้ความรู้ผ่านรายการวิทยุ 18. ติดตามประเมินผลเครือข่าย 1-12 19. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการพัฒนาระบบการดูแลทางสังคมจิตใจใน รพช. เครือข่าย 2
ผลลัพธ์เทียบกับเป้าหมาย
ผลลัพธ์ยังไม่ปรากฎ
ปัญหาอุปสรรรค
งบประมาณไม่พอ/ได้มีการบูรณาการกิจกรรมบางส่วนร่วมกับโครงการอื่น ๆ ภายในโครงการ
ข้อเสนอแนะ
ไม่มี
[โครงการอื่นภายใต้ยุทธศาสตร์/กลยุทธนี้] [โครงการทั้งหมด]
นโยบายรัฐบาลที่                   4.3.4 พัฒนาขีดความสามารถของอาสาสมัครสาธารณสุขทุกคนให้เป็นนักจัดการสุขภาพชุมชน
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   4.3.5 พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 6 การดูแลสุขภาพตามกลุ่มวัย เช่น เด็ก สตรี ผู้สูงอายุตามนโยบายรัฐบาล และกลุ่มโรคเช่น โรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูงที่มีภาระโรคแทรกซ้อนสูง
 
โครงการที่ 7
โครงการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทย
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อส่งเสริมไอคิว/อีคิวเด็กและเยาวชนทุกช่วงวัยให้มีระดับสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์ตามเกณฑ์มาตรฐาน 2. เพื่อพัฒนานวตกรรม/เทคโนโลยีการพัฒนาสติปัญญาส่งเสริมไอคิว/อีคิวที่เหมาะสมกับสถานการณ์และบริบทของพื้นที่ 3. เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในการป้องกันปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ในวัยรุ่น 4. เพื่อพัฒนาระบบการช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มเสี่ยง และมีการเชื่อมต่อกันทั้งในและนอกระบบสาธารณสุข
เป้าหมาย
ผลลัพธ์ ผลผลิต
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ตัวชี้วัด เป้าหมาย
เด็กไทยมีความฉลาดทางสติปัญญาและอารมณ์ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ร้อยละ 70
เด็กที่มีพัฒนาการไม่สมวัย(จากการประเมินด้วยอนามัย 55) ได้รับการดูแลกระตุ้นพัฒนาการ) ร้อยละ 80
เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติกเข้าถึงบริการ ร้อยละ 20
รพศ./รพท. มีบริการสุขภาพจิตและจิตเวชเด็กและวัยรุ่นตามมาตรฐาน ร้อยละ 50
รพช. มีบริการส่งเสริมพัฒนาการเด็กใน well Child clinic ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ร้อยละ 50
เด็กวัยรุ่นที่มีปัญหาสุขภาพจิตได้รับการคัดกรองจากระบบการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน และได้รับการดูแลและช่วยเหลือทางสังคมจิตใจ ร้อยละ 50
รพช. มีการจัดบริการสุขภาพจิตสำหรับวัยรุ่นใน psychosocial clinic ร้อยละ 50
Friend corner ในโรงเรียน (สถานศึกษา) มีคุณภาพและมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่เชื่อมโยงกับ รพช. (1 โรงเรียน: 1 friend corner: 1 รพช.) ร้อยละ 20
ทบทวนสถานการณ์
จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพคนไทยทุกกลุ่มวัยให้มีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีระเบียบวินัย มีจิตสำนึก มีวัฒนธรรมที่ดีงามและรู้คุณค่าความเป็นไทย มีโอกาสและสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิต มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง และเป็นพลังทางสังคมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมีเป้าหมายการพัฒนาให้คนไทยทุกคนมีคุณภาพเพิ่มขึ้นทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา โดยมีระดับค่าเฉลี่ยเชาวน์ปัญญาของเด็กไม่ต่ำกว่าค่ากลางมาตรฐานสากลที่ระดับ 100 จากผลสำรวจ IQ นักเรียนไทยทั่วประเทศ (2554) พบ IQ เฉลี่ย 98.59 ต่ำกว่าค่ากลางมาตรฐานสากลยุคปัจจุบัน (IQ=100) และเมื่อดูในภาพรวมของประเทศ พบว่า มีเด็กเกือบครึ่งหนึ่ง (48.5%) ที่มีปัญหาระดับสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ต่ำ (IQ < 100) รวมทั้ง พบว่าประเทศยังมีเด็กกลุ่มที่มีปัญหาระดับสติปัญญาบกพร่อง (IQ < 70) อยู่ถึง 6.5% เมื่อเทียบกับมาตรฐานสากลคือ ไม่ควรเกิน 2% ส่วนระดับความฉลาดทางอารมณ์เด็กวัย 3-5 ปี ที่สำรวจในปี พ.ศ. 2545 พบว่ามีเกณฑ์ปกติ 139-202 คะแนน และปีพ.ศ. 2550 เกณฑ์ปกติลดลง 125-198 คะแนน ด้านที่ลดลงเป็นด้านการปรับตัวต่อปัญหาและความกระตือรือร้น เด็กวัย 6-11 ปี พ.ศ. 2545 เกณฑ์ปกติ 148-225 คะแนน ปี พ.ศ. 2550 ลดลง 129-218 คะแนน ด้านที่ลดเป็นด้านความมุ่งมั่นพยายาม ประกอบกับสภาพสังคมไทยปัจจุบันมีปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลกระทบที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กและเยาวชนไทย ซึ่งพบว่าเยาวชนไทยยังติดเกมและมีพฤติกรรมก้าวร้าวมีจำนวนมากขึ้นและทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ดังเราจะเห็นเป็นข่าวที่ปรากฏอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวันทั่วไป เช่น เด็กนักเรียนอาชีวะยกพวกตีกัน, เด็กวัยรุ่นใช้ปืนยิงคู่อริและยิงตัวตาย กลุ่มเด็กวัยรุ่นรุมข่มขืนเด็กผู้หญิง ฯลฯ มีการใช้อาวุธที่รุนแรงและอันตราย เช่น มีด ปืน วัตถุระเบิด ซึ่งปัญหาความรุนแรงในวัยรุ่นมีสาเหตุหลายประการ เช่น สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปที่คนในสังคมยอมรับพฤติกรรมทางศีลธรรมที่ย่อหย่อนจากในอดีต มีสิ่งแวดล้อมหลายอย่างที่ก่อให้เกิดความรุนแรง เช่น ยาเสพติด วัตถุนิยม การสื่อสาร ดังกรณีเหตุการณ์นักเรียนหญิงตบตีกันอย่างรุนแรง แล้วมีการถ่ายภาพไปเผยแพร่ต่อเป็นคลิปวิดีโอ ทั้งนี้เป็นเพราะวัยรุ่นมีการเรียนรู้ผ่านการเลียนแบบซึ่งเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพทางสังคมของพวกเขาจากสิ่งแวดล้อม ทั้งบุคคล เหตุการณ์ ประสบการณ์ สถานการณ์ และวิจารณญาณ นอกจากนี้อัตราการเข้าถึงบริการของเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการ/ปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์ยังมีน้อยจากฐานข้อมูล 8 โรค ปี 2553 พบว่า Mental Retardation มีการเข้าถึงเพียง 35,959 คน หรือประมาณร้อยละ 5 เทียบจากอุบัติการณ์ร้อยละ 1 ของประชากรกลางปี 2553 Autistic 6,103 คนหรือประมาณร้อยละ 1.6 (เทียบจากอุบัติการณ์ 0.9 ต่อ 1,000 ประชากรเด็ก) แต่ในฐานข้อมูล 8 โรคยังไม่มีการบันทึกการเข้าถึงบริการของเด็กกลุ่มเสี่ยงซึ่งเป็นเด็กกลุ่มที่ปัญหาความรุนแรงรวมอยู่ด้วย) กรมสุขภาพจิต ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหาต่างๆของเด็กไทยที่เกิดขึ้นแล้วในยุคนี้และมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต จึงได้พยายามคิดหาวิธีที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหา รวมทั้งค้นคว้าหาแนวทางที่จะส่งเสริมคุณภาพและศักยภาพของเด็กไทย อันเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศชาติให้มีพัฒนาการสมวัยรอบด้าน ตลอดจนมีศักยภาพสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ ซึ่งการพัฒนาสติปัญญาและวุฒิภาวะทางอารมณ์ของเด็กและเยาวชนที่เน้นการมีส่วนร่วมจากครอบครัว บ้าน โรงเรียน ชุมชน ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กสามารถใช้สติปัญญาและวุฒิภาวะทางอารมณ์ในการป้องกัน แก้ไขปัญหาวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน และสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมต่อไปได้อย่างมีความสุข ตลอดจนให้เด็กทุกคนมีการดำเนินชีวิตอย่างสร้างสรรค์เพื่อเป็นความหวังและพลังให้ชาติบ้านเมืองต่อไปในอนาคต โครงการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจากมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2548 - 2555 โดยมีสื่อเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทยทั้ง 3 กลุ่มวัย (เด็กเล็ก แรกเกิด – 5 ปี, วัยเรียน 6 – 11 ปี, และวัยรุ่น 12 – 18 ปี) ที่พร้อมใช้ดำเนินงานในพื้นที่ มีพื้นที่ต้นแบบเพื่อการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทยที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจำนวน 8 แห่ง และมีฐานข้อมูลสถานการณ์ด้านสติปัญญาในเว็บไซต์ www.iqeqdekthai.com การพัฒนาสติปัญญาเด็กไทย ปี 2556 เป็นการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการพัฒนาสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์เด็กไทยจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ โดยจะพัฒนาการให้บริการสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน ทั่วทั้ง 77 จังหวัดตามเครือข่ายบริการสาธารณสุข (12 พวงบริการ) และการส่งเสริมพัฒนาการเ
ความก้าวหน้าโครงการ(%)
ความก้าวหน้าโครงการ 40.07%
งบประมาณ
งบประมาณ 8,200,000.00 บาท
งบประมาณที่ใช้ไป 3,286,169.00 บาท    มิ.ย.
ผลผลิตเทียบกับเป้าหมาย
1. มีการประชุมชี้แจงการดำเนินงานในระดับกรมฯและระดับพื้นที่ 2. ประชุมคณะอนุกรรมการฯ/คณะทำงานเพื่อจัดทำแผนการดูแลสุขภาพวัยรุ่น 3. ประชุมผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาแบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์เด็ก 3-5 ปี และ 6 – 11 ปี (แบบประเมินฯ ผ่านการสัมภาษณ์รายกลุ่มจากครูและผู้ปกครอง 4. พัฒนาแบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์เด็ก 3-5 ปีและ 6 – 11 ปี ฉบับครู) โดยมีการประชุมคณะผู้วิจัยได้แนวทางการพัฒนาแบบประเมิน EQ 5. มีแนวทางการดำเนินงานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่บูรณการระหว่างกรมอนามัยและ กรมสุขภาพจิต 6.มีเทคโนโลยี เรื่อง แนวทางการพัฒนาคุณภาพระบบบริการส่งเสริมพัฒนาการเด็กแรกเกิด – 5 ปี ที่มีปัญหาพัฒนาการสำหรับ รพศ. รพท. รพช. และ รพ.สต. 7.จัดทำคู่มือการดำเนินงานคลินิกจิตสังคมในเรื่องเพศ, การป้องกันละแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น 8. พัฒนาแนวทางการดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นที่มีปัญหาพฤติกรรมสำหรับ(บุคลากรสาธารณสุข /และคู่มือการสร้างคู่เครือข่ายการดูแลช่วยเหลือนักเรียนสำหรับบุคลากรสาธารณสุข.และสถานศึกษาฯ/ร่างมาตรฐานการดำเนินงานคลินิกจิตสังคมบำบัดวัยรุ่น/คู่มือแนวทางการจัดบริการสุขภาพวัยรุ่น ประเด็นตั้งครรภ์ท้องไม่พร้อม/พัฒนาคู่มือการประชุมปรึกษารายกรณีในสถานศึกษาสำหรับบุคลากรสาธารณสุข) 9. พัฒนามาตรฐาน/แนวทางการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตเด็กและเยาวชน/ส่งเสริมไอคิวอีคิวนอกระบบสาธารณสุข (สัมมนาจัดทำมาตรฐานและทดลองใช้) 10. สัมมนา Need Analysis เรื่องการพัฒนาคู่เครือข่าย สธ – ศธ สำหรับบุคลากรสาธารณสุข (คู่มือการดำเนินงานคู่เครือข่ายฯ 1 เรื่อง) 11. ทบทวนและประมวลสถานการณ์ในพื้นที่เกี่ยวกับกระบวนการเสริมสร้างพัฒนาการและเชาวน์ปัญญาของเด็ก 12. จัดทำคู่มือบริการจิตเวชเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 13. จัดอบรมบุคลากรในสังกัดกรมสุขภาพจิต เรื่อง IQ-EQ และกลุ่มพฤติกรรมเสี่ยง (TOT) 14. อบรมการดูแลทางจิตสังคมแก่วัยรุ่นสำหรับครู รร.มัธยม / คัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการเด็กสำหรับครูศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่ เครือข่ายบริการที่ 2) 15.การปรับปรุงระบบฐานข้อมูลการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทย www.iqeqdekthai.com 16. มีแผนงานการดูแลสุขภาพวัยรุ่นอย่างมีคุณภาพ 17. อบรมพัฒนาสติปัญญาเด็กไทยแก่เครือข่ายในชุมชนพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 2/3/9/12 และ กทม. 18. สนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ โดยศูนย์สุขภาพจิต(งบประมาณ/สื่อ/การอบรม/รณรงค์ประชาสัมพันธ์)เครือข่าย 7/8 19. อบรมคัดกรอง/ประเมินการกระตุ้นพัฒนาการเด็กแรกเกิด – 5 ปี ด้วย TDSI แก่เครือข่าย 10 20. ผลิตสื่อและเผยแพร่ความรู้ - แผ่นพับ “ฉลาดรักเออรัก ไม่เออเร่อ เพิ่ม RQ รับวาเลนไทน์” /สมุดบันทึกการติดตามเด็กของครูและอส. 21. รณรงค์ส่งเสริมแก้ไขพัฒนาการเด็กและการเจริญเติบโต กลุ่มเด็กปฐมวัยใน WCC ศูนย์เด็กเล็ก (นครปฐม) 22. รณรงค์ด้วยสื่อพื้นบ้านเพื่อให้สามารถเข้าได้กับทุกกลุ่มวัย 23. ติดตามประเมินผลการดำเนินงานเครือข่าย 1 - 12
ผลลัพธ์เทียบกับเป้าหมาย
ผลลัพธ์ยังไม่ปรากฎ
ปัญหาอุปสรรรค
1. เนื่องจากมีการเลื่อนการประชุมชี้แจงให้เครือข่ายทราบ ทำให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด 2. พื้นที่ยังขาดอุปกรณ์ในการคัดกรองฯ 3. พื้นที่ไม่มีงบประมาณเพียงพอในการชุดอุปกรณ์ TDSI
ข้อเสนอแนะ
ไม่มี
[โครงการอื่นภายใต้ยุทธศาสตร์/กลยุทธนี้] [โครงการทั้งหมด]
นโยบายรัฐบาลที่                   4.3.6 ส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับมีโอกาสออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและพลานามัยที่ดี
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   4.3.7 ๔.๓.๗ ขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นเลิศในผลิตภัณฑ์และการบริการด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลในภูมิภาคเอเชีย
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   4.3.10 เร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินโครงการขนาดใหญ่อย่างจริงจัง
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่       5 นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             5.1 คุ้มครองและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรธรณี ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งฟื้นฟูอุทยานทางทะเล อย่างเป็นระบบ เร่งจัดทำแนวเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยจัดแบ่งประเภทที่ดินระหว่างที่ดินของรัฐและเอกชนให้ชัดเจน เร่งประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์ กำหนดเขตและส่งเสริมการปลูกป่า ป่าชุมชนเพิ่มฝายต้นน้ำลำธารและฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ ส่งเสริมป่าเศรษฐกิจในพื้นที่ที่เหมาะสม ป้องกันการเกิดไฟป่าปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าอย่างจริงจัง ส่งเสริมการปลูก
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่       6 นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวตกรรม
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             6.1 ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการวิจัยตามแนวพระราชดำริ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             6.3 ปฏิรูประบบการวิจัยและการพัฒนาของประเทศ โดยจัดให้มีกองทุนวิจัยร่วมภาครัฐและภาคเอกชน
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่       7 นโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             7.2 ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของอาเซียน
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             7.7 ส่งเสริมการรับรู้และความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             7.8 สร้างความเชื่อมั่นของต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่       8 นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             8.1 ประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   8.1.2 สนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   8.1.4 บูรณาการความเชื่อมโยงของการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค สู่ท้องถิ่น
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   8.1.6 สร้างมาตรฐานด้านคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาลให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   8.1.7 จัดระบบงานให้มีความยืดหยุ่นคล่องตัว รวดเร็ว มีประสิทธิภาพโปร่งใส
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             8.2 กฎหมายและการยุติธรรม
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   8.2.3 พัฒนากฎหมายให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจสังคม ปรับระบบงานกระบวนการยุติธรรม และเร่งดำเนินการจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย องค์กรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   8.2.5 พัฒนาระบบและวิธีปฏิบัติในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   8.2.7  เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่             8.3 สื่อและการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   8.3.1 ส่งเสริมให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะจากทางราชการ
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง
นโยบายรัฐบาลที่                   8.3.3 ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล
 


รายละเอียดโครงการที่เกี่ยวข้อง

 


 
 -  21 ส.ค. 2557 01:23:54